MusLimLawyer

บอร์ดรวมความรู้ด้านกฎหมาย และนานาสาระ สำหรับพี่น้องมุสลิม

Saturday, August 27, 2005

ขั้นตอนการดำเนินคดีแพ่ง


(.)  คดีรับว่าต่าง

     1.       ชั้นก่อนยื่นฟ้องคดี
          1.1     ตรวจรับสำนวน
               -  อายุความ
               -  ภูมิลำเนาจำเลย
               -  มูลคดีเกิด
               -  ทุนทรัพย์

          1.2     ตรวจสอบหลักฐาน
               -  ใบแต่งทนายความ     
               -  หนังสือมอบอำนาจ
               -  เอกสารสัญญา (ตรวจสอบจากประมวลรัษฎากร และกฎหมายจัดตั้งหน่วยงานของ  ตัวความ
               -  กฎหมาย/หนังสือรับรองความเป็นนิติบุคคล
               -  ทะเบียนบ้านคู่กรณี
               -  อื่น ๆ

          1.3     สอบข้อเท็จจริง
               -  พยานบุคคล
               -  พยานหลักฐานอื่น (ศึกษา/ค้นคว้าเพิ่มเติม : กฎหมายระเบียบ , ข้อบังคับ , มติ ครม. ,  บทความ , แนวคำวินิจฉัยตอบข้อหารืออัยการ , คำพิพากษาฎีกา , รูปแบบคำฟ้อง ฯลฯ  และสำนวนคดีเก่า)
               -  รายงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุ
               -  รายงานการตรวจสอบวัตถุพยาน
               -  หนังสือโต้ตอบให้ตัวความส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติม
               -  ติดตาม  เร่งรัด  พยานหลักฐานจากตัวความ

          1.4     แจ้งคำสั่งคดี
               -  หนังสือแจ้งฐานะคดี
               -  หนังสือรับว่าต่างและให้ส่งค่าธรรมเนียม
               -  หนังสือส่งเรื่องคืนตัวความ
               -  หนังสือส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานอัยการที่มีอำนาจหน้าที่ และหนังสือแจ้งตัวความ

          1.5     จัดเตรียมคำคู่ความ
               -  ร่างคำฟ้อง  และจัดเตรียมเอกสารท้ายคำฟ้อง
               -  ตรวจทานการพิมพ์คำฟ้อง และใบแต่งทนายความ
               -  ร่าง  และตรวจทานคำคู่ความอื่น ๆ  เช่น  คำแถลงขอส่งหมายข้ามเขต , คำแถลงขอ ปิดหมาย , คำแถลงขอประกาศหนังสือพิมพ์  เป็นต้น
               -  ตรวจสอบลายมือชื่อโจทก์  ผู้เรียงและพิมพ์ในคำฟ้อง,ใบแต่งทนายความ ก่อนยื่นฟ้อง

          1.6     ยืมเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  ทำหลักฐานการยืมเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  เบิกเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

          1.7     ลงบัญชีค่าใช้จ่ายดำเนินคดี
               -  ลงรับ จ่ายเงิน

     2.     ชั้นฟ้องคดี

          2.1     ยื่นคำฟ้อง
               -  คำฟ้อง + ขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)
               -  ยื่นคำคู่ความอื่นที่ยื่นรวมไปกับคำฟ้อง  เช่น  คำแถลงขอส่งหมายข้ามเขต , คำแถลงขอปิดหมาย
               -  ติดตามคำสั่งศาล
               -  นำส่งหมายเรียก + สำเนาคำฟ้องให้จำเลย
               -  ยื่นคำร้อง  กรณีจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
               -  จำเลยยื่นคำให้การ
               -  นัดพิจารณา (นัดพร้อม , ชี้สองสถาน , สืบพยาน)
               -  ลงบัญชีนัดทำการ  (.2)
               -  ลงสารบบ  ส.5 . , .7

          2.2     ก่อนวันสืบพยาน
               -  คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง
               -  นำส่งสำเนาคำร้องแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้จำเลย
               -  ยื่นบัญชีระบุพยาน/ระบุพยานเพิ่มเติม
               -  ส่งสำเนาเอกสาร ให้ศาล , คู่ความอีกฝ่าย
               -  ขอออกหมายเรียกพยานบุคคล  เอกสาร , วัตถุ
               -  รับหมายเรียก  จากศาลไปส่งให้พยานและผู้ครอบครองเอกสาร , วัตถุ
               -  ผลการส่งหมายเรียกพยาน
               -  ตรวจสำนวนศาลว่าผู้ครอบครองเอกสารจัดส่งเอกสารต่อศาลครบถ้วนหรือไม่  พร้อมรับสำเนาบัญชีพยานกับคำคู่ความอื่น (ถ้ามี)
               -  ขอส่งต้นฉบับต่อศาล  โดยไม่ส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง
               -  ขอส่งสำเนาต่อศาลแทนต้นฉบับ
               -  คัดค้านพยานเอกสาร  เช่น  ไม่มีต้นฉบับ , เอกสารปลอม , ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
               -  ติดตามพยานให้มาเบิกความเป็นพยานในวันสืบพยานและผู้ครอบครองเอกสารให้ส่งเอกสารต่อศาล
               -  ขอส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่น
               -  ซักซ้อมพยานก่อนเบิกความในศาล
               -  จัดเตรียมพยานเอกสาร , วัตถุเพื่อนำเข้าสืบประกอบพยานในศาล
               -  ร่างคำร้องขอเลื่อนคดี  (กรณีไม่อาจสืบพยานในวันนัดพิจารณาได้)
               -  ขอเดินเผชิญสืบ     
               -  ส่งบัญชีนัดทำการ (.2)

          2.3     วันสืบพยานจนถึงศาลพิจารณา
               -  บันทึกคำเบิกความพยานในศาล     
               -     ขอคัดถ้อยสำนวน (คำให้การพยาน  รายงานกระบวนพิจารณา ฯลฯ)
               -  เงินค่าเบี้ยเลี้ยงพยาน
               -  ชำระค่าอ้างเอกสาร
               -  แถลงการณ์ปิดคดีที่มีข้อยุ่งยากซับซ้อน
               -  ฟังคำพิพากษา  เขียน  อก.14
               -  ขอคัดคำพิพากษา
               -  ขอรับเอกสารที่ส่งเป็นพยานคืนจากศาล
               -  หนังสือแจ้งผลคดี , ฐานะคดี  และคืนเอกสารให้ตัวความ
               -  ส่งคืนค่าธรรมเนียมเหลือจ่ายจากการดำเนินคดีแก่ตัวความที่เป็นรัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานนิติบุคคลของรัฐ
               -  ลงสารบบ  ส.5 .

     3.     ชั้นอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ยื่นคำร้องขยายระยะเวลาอุทธรณ์/ฎีกา  ติดตามคำสั่งศาล
               -  แจ้งตัวความส่งเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ทำหลักฐานการยืนเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  ขอขยายเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมศาล
               -  ร่างอุทธรณ์/ฎีกา  พิมพ์  ตรวจทาน
               -  ร่างคำขอทุเลาการบังคับคดี  พิมพ์  ตรวจทาน
               -  ยื่นอุทธรณ์/ฎีกา  คำร้องขอทุเลาการบังคับคดี  คำคู่ความอื่น ๆ เช่น คำแถลงปิดหมาย , ส่งหมายข้ามเขต  เป็นต้น
               -  ติดตามคำสั่งศาล
               -  นำส่งหมายเรียก + อุทธรณ์/ฎีกา
               -  ติดตามผลการส่งหมายเรียก + อุทธรณ์/ฎีกา
               -  ฟังคำพิพากษาอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ลงบัญชีนัดทำการ (.2)
               -  ขอคัดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์/ฎีกา
               -  เขียน อก.14
               -  หนังสือแจ้งผลคดีชั้นอุทธรณ์/ฎีกา
               -  หนังสือส่งสำเนาฎีกาไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด
               -  อื่น ๆ  เช่น  กรณีได้รับสำเนาอุทธรณ์/ฎีกา  จากคู่ความอีกฝ่าย  จะต้องดำเนินการทำคำแก้อุทธรณ์/ฎีกา  พร้อมคำร้องคัดค้านการทุเลาการบังคับคดี  ยื่นต่อศาลภายในกำหนดเวลาด้วย

     4.     ชั้นบังคับคดี
               -  ขอออกคำบังคับ
               -  นำส่งคำบังคับ
               -  คัดค้านการทุเลาบังคับคดี
               -  ขอออกหมายบังคับคดี
               -  ติดตามการวางเงินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา
               -  แจ้งตัวความให้บังคับคดี + ส่งสำเนาหมายบังคับคดีให้ตัวความ
               -  ประสานงานกับตัวความในการบังคับคดี
     5.     อื่น ๆ   -  เช่น
               -  ล้างบัญชีเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  ลงสารบบ  ส.5 .
               -  เก็บสำนวน

(.)  คดีรับแก้ต่าง

     1.      ชั้นก่อนยื่นคำให้การ
          1.1     ตรวจรับสำนวน
               -  ครบกำหนดยื่นคำให้การ
               -  ขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การ
               -  ใบแต่งทนายความ

          1.2     ตรวจคำฟ้อง
               -  ความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารคำฟ้อง
               -  สาระสำคัญของคำฟ้อง  เช่น  จำนวนทุนทรัพย์ , ฐานะบุคคลของโจทก์ , อำนาจฟ้องของโจทก์ , การมอบอำนาจของโจทก์ , มูลหนี้ที่ฟ้อง , คำขอประกัน  เป็นต้น
-  ส่วนสาระสำคัญอื่น  (ความบกพร่องของคำฟ้อง  และแนวทางต่อสู้คดี) เช่น อำนาจฟ้อง, ฟ้องเคลือบคลุม , คดีขาดอายุความ , ไม่มีหนี้ , ไม่ต้องรับผิด  เป็นต้น

          1.3     การสอบข้อเท็จจริง
               -  พยานบุคคล
               -  พยานหลักฐานอื่น     
               -  หนังสือโต้ตอบให้ตัวความส่งพยานหลักฐานเพิ่มเติม
               -  ติดตามเร่งตัดพยานหลักฐานจากตัวความ

          1.4     แจ้งคำสั่งคดี
               -  หนังสือรับแก้ต่าง และให้ส่งเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  หนังสือแจ้งฐานะคดีกรณีสมควรฟ้องแย้งหรือฟ้องกลับ  เป็นคดีใหม่

          1.5     จัดเตรียมคำคู่ความ
               -  ร่างคำให้การ  และจัดเตรียมเอกสารท้ายคำให้การ
               -  ตรวจทานการพิมพ์คำให้การ  และใบแต่งทนายความ
               -  ตรวจสอบลายมือชื่อจำเลย , ผู้เรียง , พิมพ์ในคำให้การ  ใบแต่งทนายความ  ก่อนยื่นคำให้การ
               -  ร่าง   ตรวจทานคำคู่ความอื่นที่ยื่นไปพร้อมกับคำให้การ

          1.6     ยืมเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  ทำหลักฐานการยืมเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง     
               -  เบิกเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
          1.7     ลงบัญชีค่าใช้จ่ายดำเนินคดี
               -  ลงรับ จ่ายเงิน

     2.      ชั้นยื่นคำให้การ/ฟ้องแย้ง
          กรณีฟ้องแย้งให้นำขั้นตอนการรับว่าต่างมาใช้ทั้งหมด
          2.1     ยื่นคำให้การ
               -  ยื่นคำให้การและคำคู่ความอื่นรวมไปกับคำให้การ
               -  ติดตามคำสั่งศาล
               -  นัดพิจารณา (นัดพร้อม , ชี้สองสถาน , สืบพยาน)
               -  ลงบัญชีนัดทำการ (.2)
               -  ลงสารบบ  ส.5 . , .7

          2.2     ก่อนวันสืบพยาน
               -  ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การ
               -  นำส่งสำเนาคำร้องขอแก้ไขคำให้การให้โจทก์
               -  ยื่นบัญชีระบุพยาน/ระบุพยานเพิ่มเติม
               -  ส่งสำเนาเอกสารให้ศาล  และคู่ความอีกฝ่าย
               -  ยื่นคำขอออกหมายเรียกพยานบุคคล
               -  ยื่นคำร้องขอออกหมายเรียกพยานเอกสาร + วัตถุพยาน
               -  รับหมายเรียกจากศาลไปส่งให้พยาน  และผู้ครอบครองเอกสาร + วัตถุพยาน
               -  ผลการส่งหมายเรียกพยาน
               -  ตรวจสำนวนศาลว่า ผู้ครอบครองเอกสารจัดส่งเอกสารต่อศาลครบถ้วนหรือไม่
               -  ติดตามพยานให้มาเบิกความเป็นพยานในวันสืบพยานและผู้ครอบครองเอกสารให้ส่งเอกสารต่อศาล
               -     ขอส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่น
               -  ซักซ้อมพยานก่อนเบิกความในศาล     
               -  จัดเตรียมพยานเอกสาร  วัตถุ  เพื่อนำเข้าสืบประกอบพยานในศาล
               -  ร่างคำร้องขอเลื่อนคดี (กรณีไม่อาจสืบพยานในวันนัดพิจารณาได้)
               -  ขอเดินเผชิญสืบ
               -  ลงบัญชีนัดทำการ (.2)

          2.3     วันสืบพยาน  จนถึง  ศาลพิพากษา
               -  บันทึกคำเบิกความพยานในศาล     
               -  ขอคัดถ้อยสำนวน (คำให้การพยาน  รายงานกระบวนพิจารณา  ฯลฯ)
               -  เงินเบี้ยเลี้ยงพยาน     
               -  ชำระค่าอ้างเอกสาร
               -  แถลงการณ์ปิดคดีที่มีข้อยุ่งยากซับซ้อน
               -  ฟังคำพิพากษา  เขียน  อก.14
               -  ขอคัดคำพิพากษา
               -  ขอรับเอกสารที่ส่งเป็นพยานคืนจากศาล
               -  หนังสือแจ้งผลคดี  ฐานะคดี  และคืนเอกสารให้ตัวความ
               -  ส่งคืนค่าธรรมเนียมเหลือจ่ายจากการดำเนินคดีแก่ตัวความนี้เป็นรัฐวิสาหกิจ/หน่วยงานนิติบุคคลของรัฐ
               -  ลงสารบบ  ส.5 .

     3.     ชั้นอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ยื่นคำร้องขยายระยะเวลาอุทธรณ์/ฎีกา  ติดตามคำสั่งศาล
               -  แจ้งตัวความส่งเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ทำหลักฐานการยืนเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  ขอขยายเวลาการวางเงินค่าธรรมเนียมศาล
               -  ร่างอุทธรณ์/ฎีกา  พิมพ์  ตรวจทาน
               -  ร่างคำขอทุเลาการบังคับคดี  พิมพ์  ตรวจทาน
               -  ยื่นอุทธรณ์/ฎีกา  คำร้องขอทุเลาการบังคับคดี  คำคู่ความอื่น ๆ เช่น คำแถลงปิดหมาย , ส่งหมายข้ามเขต  เป็นต้น
               -  ติดตามคำสั่งศาล
               -  นำส่งหมายเรียก + อุทธรณ์/ฎีกา
               -  ติดตามผลการส่งหมายเรียก + อุทธรณ์/ฎีกา
               -  ฟังคำพิพากษาอุทธรณ์/ฎีกา
               -  ลงบัญชีนัดทำการ (.2)
               -  ขอคัดคำพิพากษาศาลอุทธรณ์/ฎีกา
               -  เขียน อก.14
               -  ลงสารบบ  ส.5 .
               -  หนังสือแจ้งผลคดีชั้นอุทธรณ์/ฎีกา
               -  หนังสือส่งสำเนาฎีกาไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด
               -  อื่น ๆ  เช่น  กรณีได้รับสำเนาอุทธรณ์/ฎีกา  จากคู่ความอีกฝ่าย  จะต้องดำเนินการทำคำแก้อุทธรณ์/ฎีกา  พร้อมคำร้องคัดค้านการทุเลาการบังคับคดี  ยื่นต่อศาลภายในกำหนดเวลาด้วย

     5.     อื่น ๆ   -  เช่น
               -  ล้างบัญชีเงินค่าธรรมเนียมความแพ่ง
               -  ลงสารบบ  ส.5 .
               -  เก็บสำนวน

          ที่มา : www.nkpt.ago.go.th   ( สำนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม )


          

เศาะลาฮุดดีน อัล-อัยยูบี : วีรชนมุสลิม


เศาะลาฮุดดีนหรือที่ชาวตะวันตกเรียกกันติดปากว่า “ซาลาดิน”มีชื่อภาษาอาหรับเต็มๆว่า เศาะลาฮุดดีน ยูซุฟ อิบนุอัยยูบ บางครั้งก็ถูกเรียกว่า “อัลมาลิก อัลนาซิร เศาะลาฮุดดีน ยูซุฟ 1”
  
เขาเกิดเมื่อ ค.ศ.1137 ในตำบลติกริตซึ่งเป็นบ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซน และเสียชีวิตในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ.1193 ที่เมืองดามัสกัส เป็นหนึ่งในบรรดาวีรชนมุสลิมผู้มีชื่อเสียงที่สุดและเป็นสุลต่านมุสลิมผู้ปกครองอียิปต์ ซีเรีย เยเมนและปาเลสไตน์และเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์อัยยูบี ในสงครามต่อต้านการรุกรานของพวกครูเสด เศาะลาฮุดดีนประสบความสำเร็จในขั้นสุดท้ายด้วยการยึดเมืองเยรูซาเล็มกลับคืนมาได้ในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.1187 ซึ่งทำให้การยึดครองของพวกแฟรงค์เป็นเวลา 88 ปีต้องสิ้นสุดลง

  
เศาะลาฮุดดีนเกิดในครอบครัวชาวเคิร์ด ในคืนที่เขาเกิด นัจมุดดีน อัยยูบพ่อของเขาได้รวมคนในครอบครัวเดินทางไปยังเมืองอาเล็ปโปเพื่อไปรับใช้อิมาดุดดีน ซางกี ผู้ปกครองชาวเติร์กที่มีอำนาจในซีเรียตอนเหนือ เขาเติบโตในเมืองบัลเบ็กและดามัสกัส แต่ในตอนเริ่มแรกนั้นเศาะลาฮุดดีนให้ความสนใจในเรื่องของศาสนามากกว่าการฝึกฝนทางทหาร เขาเริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นทางการเมื่อได้เข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ของอะซัดดุดดีน ชิรกูห์ ลุงของเขาซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารคนสำคัญของเจ้าชายนูรุดดีนลูกชายและทายาทผู้สืบอำนาจต่อจากซางกี เศาะลาฮุดดีนได้ประสบการณ์ในการรบระหว่างการเดินทางออกศึกสามครั้งยังอียิปต์ภายใต้การนำของชิรกูห์เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกครูเสด


หลังจากที่ชิรกูห์เสียชีวิต ใน ค.ศ.1169 เศาะลาฮุดดีนก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพของกองทหารซีเรียในอียิปต์และเป็นเสนาบดีของราชวงศ์ฟาฏิมียะฮในขณะที่อายุเพียง 31 ปี การที่เขามีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในหน้าที่การงานนั้นก็เนื่องมาจากความสามารถของเขาเอง ในฐานะที่เป็นเสนาบดีปกครองอียิปต์ เขาได้รับฉายาว่ากษัตริย์ถึงแม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเขาเป็นที่รู้จักกันในฐานะสุลต่าน


ฐานะของเศาะลาฮุดดีนเริ่มสูงขึ้นเมื่อเขาได้ทำลายราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ของพวกชีอ๊ะฮ์ที่อ่อนแอลงใน ค.ศ.1171และนำอิสลามแบบซุนนีกลับมายังอียิปต์อีกครั้งหนึ่งซึ่งทำให้เขาเป็นผู้ปกครองอียิปต์แต่เพียงผู้เดียว ถึงแม้ว่าโดยทางทฤษฎีเขายังเป็นผู้อยู่ใต้อำนาจของนูรุดดีน แต่ความสัมพันธ์นั้นก็สิ้นสุดลงเมื่อเจ้าชายนูรุดดีนสิ้นชีวิตลงใน ค.ศ.1174 หลังจากนั้นไม่นาน เศาะลาฮุดดีนก็ได้ใช้ความเป็นเจ้าของความมั่งคั่งทางด้านการเกษตรในอียิปต์เป็นฐานทางการเงินพร้อมกับกองทัพเล็กๆที่มีระเบียบวินัยเคลื่อนเข้าไปในซีเรียเพื่ออ้างตัวเป็นผู้สำเร็จราชการของนายเก่าของเขา


อย่างไรก็ตาม ไม่นานนัก เขาก็ยกเลิกคำกล่าวอ้างดังกล่าวและตั้งแต่ ค.ศ.1174-1186 เขาก็มุ่งมั่นเดินหน้ารวมดินแดนมุสลิมต่างๆของซีเรีย เมโสโปเตเมียตอนเหนือ ปาเลสไตน์และอียิปต์ไว้ภายใต้ร่มธงของเขาโดยใช้วิธีการทูตและวิธีการทางทหารถ้าหากจำเป็น ในที่สุด ชื่อเสียงของเขาก็เป็นที่ร่ำลือว่าเป็นผู้ครองที่มีคุณธรรม ปราศจากความชั่วร้ายและความโหดเหี้ยมทารุณ ดังนั้นมุสลิมที่ถูกพวกครูเสดปกครองอย่างกดขี่ทารุณและหาทางต่อต้านอยู่จึงได้หันมาจับอาวุธร่วมกับเขาอีกครั้งหนึ่ง


การกระทำของเศาะลาฮุดดีนทุกอย่างได้รับการดลใจจากการอุทิศตนให้แก่การญิฮาดต่อต้านพวกครูเสดคริสเตียนอย่างไม่เคยหวั่นไหว ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีนโยบายส่งเสริมให้มีการเติบโตและแพร่ขยายสถาบันต่างๆของมุสลิม เขาให้การอุปการะนักวิชาการและนักเผยแผ่คำสอนอิสลาม ก่อตั้งวิทยาลัยและมัสญิดสำหรับคนเหล่านั้นและแนะนำให้บรรดานักวิชาการเขียนงานวิชาการออกมาโดยเฉพาะเรื่องการญิฮาด ฟื้นฟูขวัญกำลังใจและสร้างความเชื่อมั่นให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คน ความจริงแล้ว การที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะเขาเชื่อว่าความศรัทธาที่มั่นคงเด็ดเดี่ยวและความกระตือรือร้นเป็นสิ่งมีค่าและสิ่งนี้เองที่ทำให้มุสลิมรุ่นแรกๆก่อนหน้านี้ห้าร้อยปีสามารถพิชิตโลกได้ครึ่งหนึ่ง


เศาะลาฮุดดีนประสบผลสำเร็จในการเปลี่ยนดุลอำนาจทางทหารให้เขาเป็นฝ่ายได้เปรียบโดยการที่เขาสามารถรวบรวมและจัดระเบียบกองกำลังที่ไร้ระเบียบวินัยมากกว่าการที่จะใช้เทคนิคใหม่ๆทางทหาร ในที่สุด เมื่อกำลังทหารของเขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอาณาจักรครูเสดได้ ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1187 เศาะลาฮุดดีนก็สามารถทำลายกองทัพของพวกครูเสดได้ที่ฮัตตินใกล้กับไทเบอริอาสในปาเลสไตน์ตอนเหนือ


สงครามครั้งนั้สร้างความเสียหายให้แก่พวกครูเสดอย่างหนักจนมุสลิมสามารถเข้ายึดอาณาจักรแห่งเยรูซาเล็มได้เกือบทั้งหมด เมืองอัคเร, โตรอน, เบรุต, ไซดอน, นาซาเร็ธ, ซีซาเรีย นะบลุส, ญัฟฟาและอัสคาลอนได้ตกเป็นของมุสลิมภายในสามเดือน แต่ความสำเร็จขั้นสูงสุดของเศาะลาฮุดดีนและการสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่พวกครูเสดนั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.1187 เมื่อเมืองเยรูซาเล็มซึ่งเป็นเมืองสำคัญต่อทั้งมุสลิมและคริสเตียนได้ยอมจำนนต่อกองทัพของเขาหลังจากที่ตกอยู่ในมือของพวกแฟรงค์มาเป็นเวลา 88 ปี ชาวเมืองเยรูซาเล็มได้รับการปฏิบัติจากกองทัพของเศาะลาฮุดดีนอย่างดีและมีอารยธรรม ผิดกับเมื่อตอนที่พวกแฟรงค์เข้ามายึดครองซึ่งทำให้ชาวเมืองต้องถูกสังหารหมู่อย่างเหี้ยมโหดทารุณนับหมื่นๆคน


หลังจากที่กรำศึกมาเป็นเวลานาน ในที่สุด เศาะลาฮุดดีนก็มาถึงจุดสุดท้ายของชีวิต ในขณะที่ญาติพี่น้องของเขากำลังแย่งส่วนต่างๆของอาณาจักรกันอยู่นั้น เพื่อนๆของเขาก็พบว่าผู้ปกครองที่เป็นนักรบอัจฉริยะและมีคุณธรรมในโลกมุสลิมผู้นี้ไม่ได้ทิ้งเงินทองไว้มากมายพอที่จะทำหลุมฝังศพให้สมศักดิ์ศรีได้ หลังจากนั้น ครอบครัวของเศาะลาฮุดดีนก็ยังปกครองอียิปต์และแผ่นดินใกล้เคียงต่อไปอีกไม่นานและในที่สุดก็ถูกพวกมัมลู้กเข้ามายึดอำนาจต่อใน ค.ศ.1250

........................................................
บทความโดย อ.บรรจง บินกาซัน คัดลอกจาก : Thaimuslimshop.com